You are here: Home / ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานแปรรูปรายใหญ่ของประเทศภายใต้แบรนด์ “KC” ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส 1/2563 มีรายได้รวม 623.69 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 10.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เล็งอัพเป้ารายได้ปีนี้เพิ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน 2563 หลังยอดขายไตรมาสแรกพุ่งกระฉูด คาดไตรมาส 2/2563 เติบโตดีขึ้น จากฤดูฝนช่วยหนุนผลผลิตได้มากขึ้น ประกอบกับเงินบาทที่อ่อนค่าลง

นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1/2563 บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 10.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาท หรือคิดเป็น 20.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากจากการเติบโตในไตรมาส 1/63 ที่ 40.8% และบริษัทฯ มีความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดี ในขณะที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 แต่บริษัทฯ ยังคงสามารถดำเนินธุรกิจ โดยรับคำสั่งซื้อและส่งออกสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าในไตรมาสที่ 2 เป็นฤดูกาลที่มีปริมาณน้ำฝนเพียงพอทำให้สามารถผลิตวัตถุดิบได้มากขึ้น และมีต้นทุนที่ลดลง รวมถึงแนวโน้มของค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมากกว่าช่วงปลายปีที่ผ่านมาจะส่งผลดีต่อธุรกิจของบริษัท

Chiang Mai News

https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/1351905/


บมจ.ซันสวีท รุกตลาดสินค้าพร้อมรับประทานเพื่อสุขภาพตอบโจทย์ผู้บริโภค ขยายตลาดในประเทศลดความเสี่ยงค่าเงิน พร้อมรับออเดอร์ต่างประเทศ สนับสนุนรายได้ปี 62 เติบโตไม่น้อยกว่า 10 % ย้ำภัยแล้งไม่กระทบเหตุควบคุมด้วยเทคโนโลยีสมาร์ท ฟาร์ม คงสัดส่วนการผลิตใกล้เคียงที่ผ่านมา

ดร.องอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวาน ภายใต้ตราสินค้า KC เปิดเผยว่า บริษัทฯมีการเพิ่มสินค้าใหม่ในกลุ่ม Ready to eat อาทิ ถั่วลายเสือต้ม และต่อยอดผลิตภัณฑ์ข้าวโพดพร้อมทาน ได้แก่ ข้าวโพดข้าวเหนียว วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มผู้บริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ รวมถึงเพิ่มปริมาณการผลิตมันหวานญี่ปุ่นพร้อมรับประทานที่วางจำหน่ายก่อนหน้านี้ให้เพียงพอต่อการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ซึ่งเชื่อว่าการเพิ่มประเภทสินค้านอกเหนือจากข้าวโพดหวาน จะสนับสนุนให้บริษัทฯสามารถขยายตลาดภายในประเทศเพื่อดำเนินธุรกิจตามแผนที่วางไว้

ในส่วนการตลาดต่างประเทศ บริษัทฯได้รับคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีอยู่ อาทิ ประเทศญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และ ฮ่องกง รวมไปถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ที่มีความต้องการข้าวโพดหวานปริมาณมาก ขณะเดียวกันได้ขยายฐานลูกค้าใหม่ผ่านการนำผลิตภัณฑ์ออกงานแสดงสินค้าและอาหาร โดยมุ่งไปยังกลุ่มประเทศยุโรป และ ตะวันออกกลาง จากการได้เปรียบในด้านคุณภาพที่ได้มาตรฐาน ทำให้ได้รับความสนใจและมีคำสั่งซื้อจากกลุ่มประเทศดังกล่าวเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทฯได้เริ่มมีการปรับราคาขายสินค้ากับกลุ่มลูกค้าที่มีคำสั่งซื้อเข้ามาตั้งแต่ช่วงต้นไตรมาส3/2562 คาดว่ารายได้รวมจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 10% จากปี 2561 ที่มีรายได้รวมประมาณ 1,800 ล้านบาท

“บริษัทพยายามสร้างกำไรจากการขายภายในประเทศทั้งขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในกลุ่มรีเทลและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากผลกระทบในด้านค่าเงินจากการส่งออก พร้อมกับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ถั่วลายเสือต้ม และ ข้าวโพดข้าวเหนียวพร้อมรับประทานเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและเป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภค รวมถึงเพิ่มปริมาณผลิตสินค้ามันหวานญี่ปุ่นเผาที่ได้รับความนิยมให้เพียงพอต่อการจำหน่าย ซึ่งทั้งหมดน่าจะผลักดันให้การดำเนินงานปีนี้เป็นไปตามเป้าหมาย”

ขณะที่บริษัทยังคงสัดส่วนการผลิตใกล้เคียงกับช่วงต้นปี เนื่องจากเครื่องจักรในสายการผลิตต่างๆ ที่ติดตั้งได้ดำเนินการเต็มกำลังการผลิต และมีประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น ลดการสูญเสียในขั้นตอนต่างๆได้มากกว่าที่ผ่านมา โดยครึ่งปีหลังถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของการเพาะปลูกข้าวโพดหวาน แม้จะได้รับผลกระทบกับปัญหาภัยแล้ง และศัตรูพืชเข้ามาระบาดในพื้นที่บางส่วน ทำให้ปริมาณผลผลิตมีจำนวนที่ลดลง แต่บริษัทฯได้เพิ่มมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการใช้ชีวภัณฑ์ตามหลักกรมวิชาการเกษตรอย่างเคร่งครัด จึงสามารถควบคุมผลผลิตให้เป็นไปตามเป้าหมายและเพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งคาดว่ายอดการผลิตทั้งปีจะไม่ต่ำกว่า 10% หรือประมาณ 150,000 ตัน โดยแบ่งสัดส่วนเป็น ผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานแช่แข็ง 25% ข้าวโพดหวานแบบกระป๋อง 60% และ ข้าวโพดหวานบรรจุถุงสุญญากาศ 15%

“แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะเกิดปัญหาภัยแล้ง และ แมลงระบาด ทำให้ผลผลิตเสียหายไปบ้าง แต่บริษัทได้ดำเนินการแก้ไขพร้อมติดตามผลอยู่เสมอ ประกอบกับการให้ความรู้ควบคู่การใช้เทคโนโลยีในการเพาะปลูกร่วมกับเกษตรกรใน Contract Farming จากการเล็งเห็นถึงการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากภัยธรรมชาติที่เป็นการลงทุนในระยะยาวในด้านการผลิต ที่แม้จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลผลิตที่ได้รับ”

สำหรับผลประกอบการไตรมาสที่ 3/2562 บริษัทมีรายได้รวม 514.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.4 ล้านบาท คิดเป็น 6.9 % เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการขยายตลาดต่างประเทศและการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ภายในประเทศ ขณะที่บริษัทมีกำไรสุทธิ 1 ล้านบาท ลดลง 27.9 ล้านบาท คิดเป็น 96.7 % เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากปริมาณการผลิตที่ลดลงจากภาวะภัยแล้งและแมลงระบาด รวมถึงได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น ในด้านผลประกอบการ 9 เดือนมีรายได้เท่ากับ 1,405.9 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.1 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและมีผลขาดทุนสุทธิ 32.7 ล้านบาทหรือ ลดลง 159.2 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

https://www.nationtv.tv/main/content/378750107/

วันที่ 9พฤศจิกายน 2562ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทาง บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวาน ภายใต้ตราสินค้า “KC” นำโดย นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยนายวีระ นพวัฒนากร ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน ร่วมนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุนในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ซึ่งได้นำเสนอข้อมูลผลประกอบการไตรมาสที่ 3/2562 บริษัทมีรายได้รวม 514.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.4 ล้านบาท คิดเป็น 6.9 % จากการขยายตลาดต่างประเทศและการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ภายในประเทศ ขณะที่บริษัทมีกำไรสุทธิ 1 ล้านบาท ลดลง 27.9 ล้านบาท คิดเป็น 96.7 % ในด้านผลประกอบการ 9 เดือนมีรายได้เท่ากับ 1,405.9 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.1 % และมีผลขาดทุนสุทธิ 32.7 ล้านบาทหรือ ลดลง 159.2 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากปริมาณการผลิตที่ลดลงจากภาวะภัยแล้งและแมลงระบาด รวมถึงได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น

นายองอาจ กิตติคุณชัย เปิดเผยว่า “แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะเกิดปัญหาภัยแล้ง และ แมลงระบาด ทำให้ผลผลิตเสียหายไปบ้าง แต่บริษัทได้ดำเนินการแก้ไขพร้อมติดตามผลอยู่เสมอ ประกอบกับการให้ความรู้ควบคู่การใช้เทคโนโลยีในการเพาะปลูกร่วมกับเกษตรกรใน Contract Farming ขณะเดียวกัน ได้ขยายฐานลูกค้าใหม่ผ่านการนำผลิตภัณฑ์ออกงานแสดงสินค้าและอาหาร โดยมุ่งไปยังกลุ่มประเทศยุโรป และตะวันออกกลาง คาดว่ารายได้รวมจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 10% จากปี 2561 ที่มีรายได้รวมประมาณ 1,800 ล้านบาท”

ทั้งนี้บริษัทฯ ได้มีการเพิ่มสินค้าใหม่ในกลุ่ม Ready to eat อาทิ ถั่วลายเสือต้ม และต่อยอดผลิตภัณฑ์ข้าวโพดพร้อมทาน วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มผู้บริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ มั่นใจว่าการเพิ่มประเภทสินค้านอกเหนือจากข้าวโพดหวาน จะสนับสนุนให้บริษัทฯสามารถขยายตลาดภายในประเทศเพื่อดำเนินธุรกิจตามแผนที่วางไว้

https://siamrath.co.th/n/114012

นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายรวมที่ 15% หรือประมาณ 150,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 มียอดกำลังการผลิต 128,000 ตัน เนื่องจากได้เพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรสำหรับผลิตสินค้า ซึ่งปีนี้จะหันมาเน้นสัดส่วนรายได้จากในประเทศมากขึ้นที่ 20-30% จากเดิมมียอดขายในประเทศที่ 20% เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านค่าเงินบาทที่แข็งค่ามาตลอดตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ นอกจากนี้ ได้เจรจากับลูกค้าในต่างประเทศเพื่อปรับเปลี่ยนการรับเงินเป็นสกุลอื่นๆนอกเหนือจากดอลลาร์สหรัฐ และปรับราคาขายขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงด้านค่าเงินด้วย

นายองอาจ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงสัดส่วนยอดขายในตลาดต่างประเทศที่ 80% เน้นกลุ่มลูกค้าประเทศที่นิยมบริโภคผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวาน เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายกลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นด้วย อีก 20% เป็นสัดส่วนการขายในประเทศที่จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังร้านสะดวกซื้อ คาดว่ายอดขายทั้งหมดในปีนี้จะเติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 15% จากปีก่อน

นายองอาจ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2562 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลโดยจะเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 22 เมษายน ในอัตราเพิ่ม หุ้นละ 0.05 บาท เป็นเงินประมาณ 21.5 ล้านบาท โดยจ่ายจากกำไรสุทธิที่ได้รับยกเว้นสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผล ในวันที่ 2 พฤษภาคม และกำหนดจ่ายปันผลวันที่ 17 พฤษภาคมนี้

มติชนออนไลน์

https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1381094

ดร.องอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN เผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ในปี 2561 เติบโตไม่ต่ำกว่า 10 % และอัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 8 % และคาดว่าแนวโน้มรายได้ในไตรมาสที่ 2 ปี 2561 มีโอกาสเติบโตดีขึ้น เนื่องจากกำลังการผลิตในไตรมาส 2 เป็นต้นไป จะเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ตันต่อเดือน จากเดิมที่ไตรมาสที่ 1ที่มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 5,000 – 8,000 ตันต่อเดือน ทั้งนี้จากการที่อัตราการแลกเปลี่ยนเงินบาทที่แข็งตัว ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบในการส่งออก แต่หลังจากนี้จะมีแนวโน้มที่จะดีขึ้น เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่า

ขณะที่ในปีนี้ บริษัทฯมีแผนที่จะขยายสัดส่วนสินค้าแช่แข็งเพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 30% เนื่องจากมีมาร์จิ้นที่สูงกว่าสินค้ากระป๋องมาก ประกอบกับความต้องการสินค้าในภูมิภาคเอเชียเพิ่มที่สูงขึ้น

สำนักข่าวหุ้นอินไซต์ (11 พฤษภาคม 2561)

ซันสวีท ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวาน ตรา KC เผยต่างชาติสั่งออเดอร์สินค้าเพิ่ม 10-15% หลังออกบูทงานฟู้ดแฟร์ที่ต่างประเทศต่อเนื่อง คาดปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 10% เตรียมซื้อเครื่องจักร เพิ่มกำลังการผลิต พร้อมส่งข้าวโพดปิ้งไปเกาหลีใต้ เดือนมิถุนายนนี้

ดร. องอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN เปิดเผยว่า บริษัทยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตของในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 10% แม้ว่าผลประกอบการในช่วงไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา จะได้รับผลจากต้นทุนการขายที่เพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบของบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น และได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น จนทำให้กำไรขั้นต้นลดลง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากรายได้ของบริษัทในไตรมาสแรก อยู่ที่ 408 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการคำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

หลังจากที่บริษัทได้มีโอกาสนำเสนอสินค้าในงานแสดงสินค้าด้านอาหารในต่างประเทศในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าและผู้ประกอบการด้านอาหารในแต่ละประเทศเป็นจำนวนมาก ทั้งที่ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน รวมไปถึงกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และยุโรป โดยมีออเดอร์เพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายภายในประเทศก็ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยมีการขยายสาขาร้านสะดวกซื้อในการจำหน่ายสินค้าแบบพร้อมรับประทาน ทั้งข้าวโพดต้ม และปิ้งบรรจุถุงสุญญากาศ

สำหรับปี 2561 บริษัทคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 250 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้รับจากการระดมทุนเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ในด้านเครื่องจักร รวมไปถึงการพัฒนาเครื่องมือต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะข้าวโพดหวานแช่แข็ง ซึ่งปัจจุบันมีกำลังการผลิตเต็มกำลังแล้ว และคาดว่าหากสามารถติดตั้งเครื่องจักร และดำเนินการผลิตได้ภายในปีนี้ จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตข้าวโพดหวานแช่แข็งได้เพิ่มขึ้น 3 เท่าจากปัจจุบัน ซึ่งยอดขายของข้าวโพดหวานแช่แข็ง คิดเป็น 30% ของยอดขายทั้งหมด ขณะที่กำลังการผลิตของผลิตภัณฑ์อื่นๆ ยังมีเพียงพอ และสามารถเพิ่มได้ หากมีออเดอร์เข้ามาเพิ่มขึ้น ปัจจุบัน บริษัทมีกำลังการผลิตทั้งสิ้น 150,000 ตันต่อปี

นอกจากนี้ ในปีนี้ SUN คาดว่าจะเพิ่มสินค้าใหม่ในกลุ่ม READY TO EAT ที่พร้อมรับประทานตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนที่ต้องการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และสามารถรับประทานได้ทันที โดยจะเพิ่มสินค้าให้มีความหลากหลายในด้านของรสชาติ และความสะดวกสบายในการนำไปประกอบอาหาร เช่น ข้าวโพดหวานตัด (CORN CUT) ขณะที่บริษัทมีออเดอร์ข้าวโพดหวานปิ้งบรรจุถุงสุญญากาศจากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มส่งออกได้ในเดือนมิถุนายนนี้

ดร. องอาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนสถาบันเข้ามาสอบถามข้อมูลของบริษัทมากขึ้น และมีบางกลุ่มสนใจลงทุนในบริษัท ซึ่งสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนสถาบันมีการเปลี่ยน โดยปัจจุบันมีนักลงทุนสถาบันถือหุ้นในสัดส่วน 3.05% เพิ่มขึ้น จากช่วง IPO ที่สัดส่วนนักลงทุนสถาบันประมาณ 0.62% ซึ่งแสดงให้เห็นความนักลงทุนสถาบันมีความเชื่อมั่นในธุรกิจของบริษัท และเห็นโอกาสในการเติบโตของบริษัท อีกทั้งธุรกิจหลักของซันสวีท เกี่ยวข้องกับอาหาร ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตต่อเนื่อง และถือว่าเป็นธุรกิจที่มีจุดเด่น และน่าสนใจ

MGR Online (10 พฤษภาคม 2561)

นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่า บริษัทตั้งงบลงทุน 260 ล้านบาท ขยายกำลังผลิตสินค้าแช่แข็ง-ปรับปรุงเครื่องจักร คาดดันอัตรากำไรขั้นต้นทะลุ 20% จากปัจจุบัน 17-18% พร้อมย้ำเป้ารายได้โต 10-15% รายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้

คาดปีนี้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นเกินระดับ 20% จากปีก่อนที่ 17-18% โดยบริษัทจะปรับพอร์ตสินค้ากลุ่มแช่แข็งเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่า จากที่ผ่านมาสินค้าหลักจะเป็นสินค้าประเภทกระป๋อง โดยสินค้ากลุ่มแช่แข็งมีมาร์จิ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับสินค้ากลุ่มกระป๋องมีมาร์จิ้นกว่า 10% ทั้งนี้บริษัทวางงบลงทุนรวม 260 ล้านบาท โดยจะใช้ 150 ล้านบาท ในการเพิ่มกำลังการผลิตสินค้ากลุ่มแช่แข็งเพิ่มเป็น 4 ตันต่อชั่วโมง จาก 3 ตันต่อชั่วโมง ส่วนงบลงทุนที่เหลือจะใช้เพิ่มเครื่องจักรในการคัดเลือกข้าวโพด

คาดยอดขายจากกลุ่มแช่แข็งในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 200-300 ล้านบาท จากปีก่อนมียอดขาย 100 ล้านบาท สำหรับรายได้ปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 10-15% จากปีก่อน ซึ่งตลาดหลักยังคงเป็นประเทศญี่ปุ่น โดยจะขยายตลาดใหม่แถบตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น ส่วนอาเซียนจะเน้นประเทศที่บริโภคอาหารฮาลาล อาทิ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย บรูไน นอกจากนี้คาดว่าจะมีคำสั่งซื้อจากประเทศรัสเซียเพิ่มเป็น 150 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 100 ล้านบาท หลังเดินทางไปออกงานแสดงสินค้าเมื่อเร็วๆ นี้

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย (21 กุมภาพันธ์ 2561)